การศึกษา ปัจจัยสำคัญในการสร้างรากฐานเศรษฐกิจยุคดิจิทัล
การศึกษา ปัจจัยสำคัญในการสร้างรากฐานเศรษฐกิจยุคดิจิทัล
-
การศึกษานับว่าเป็นการลงทุนในมนุษย์ การวิจัยแสดงให้เห็นว่า ประเทศใดที่มีประชากรเข้าโรงเรียนมากก็จะยิ่งมีการเติบโตทางเศรษฐกิจเร็วกว่าประเทศที่มีการศึกษาต่ำกว่า นอกจากนี้เศรษฐกิจโดยรวมก็ดีขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
-
ข้อมูลจาก UNESCO พบว่าการใช้จ่ายด้านการศึกษาทุก ๆ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ถึง 10- 15 ดอลลาร์สหรัฐฯ
-
การลงทุนในครูและวิธีการสอนก็ทำให้มั่นใจว่า ครูจะมีคุณสมบัติที่สามารถผลักดันระบบการศึกษาผ่านการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ การเรียนรู้เหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจโลกได้ 2.54 ล้านล้านปอนด์ (USD)
ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว จนการเรียนรู้อาจเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถสร้างพื้นฐานในระยะยาวรวมถึงช่วยผลักดันและสร้างโครงสร้างในประเทศนี้ โดย OECD ได้เน้นย้ำว่า “การลงทุนในมนุษย์สามารถเป็นแหล่งของความสามารถ เพื่อช่วยในการฟื้นตัวในระยะยาว” World Economic Forum ได้แสดงให้เห็นว่า การลงทุนด้านการศึกษามีความจำเป็นในการช่วยป้องกันเศรษฐกิจจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากตลาดแรงงาน
การศึกษานับว่าเป็นการลงทุนในมนุษย์ การวิจัยแสดงให้เห็นว่า ประเทศใดที่มีประชากรเข้าโรงเรียนมากก็จะยิ่งมีการเติบโตทางเศรษฐกิจเร็วกว่าประเทศที่มีการศึกษาต่ำกว่า นอกจากนี้เศรษฐกิจโดยรวมก็ดีขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
ตามข้อมูลของGlobal Partnership for Education (GPE) ได้บอกว่าการศึกษาถือเป็นการลงทุนที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ประเทศต่าง ๆ สามารถทำได้เพื่ออนาคต เป็นตัวแทนของการเปลี่ยนแปลง และผลักดันเศรษฐกิจในระยะยาว และแม้ว่าการศึกษาในแต่ละวัยจะมีประโยชน์ แต่จากการศึกษาพบว่าการศึกษาที่สูงขึ้นจะมีประโยชน์มากขึ้นจากการวิจัยพบว่า
-
ประชากร 420 ล้านคนจะหลุดพ้นจากความยากจนด้วยการศึกษาระดับมัธยมศึกษา
-
เด็กที่มีแม่อ่านหนังสือได้ มีโอกาสมีอายุยืนยาวเกิน 5 ขวบถึงร้อยละ 50
-
การเรียนเพิ่มขึ้นหนึ่งปีสามารถเพิ่มรายได้ของผู้หญิงได้มากถึง 20 เปอร์เซ็นต์
บทบาทของการศึกษาในเศรษฐกิจโลก
การศึกษาไม่เป็นเพียงการเพิ่มความรู้หรือการเข้าเรียนตามระบบกำหนดเท่านั้น ข้อมูลจาก UNESCO พบว่าการใช้จ่ายด้านการศึกษาทุก ๆ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ถึง 10- 15 ดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ การศึกษาของ National Bureau of Economic Research (NBER) ในสหรัฐอเมริกา พบว่า
-
ทักษะคณิตศาสตร์ที่ดีขึ้นสามารถเพิ่มเงินเดือนได้มากถึง 21,000 เหรียญสหรัฐต่อปี
-
การพัฒนาทักษะด้านการอ่านและเขียนจะช่วยเพิ่มเงินเดือนได้
-
การสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมตอนปลายจะเพิ่มเงินเดือนได้ปีละ 7,000 เหรียญสหรัฐ
ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน อาชีพบางอย่างอาจหายไป ขณะที่อาชีพใหม่ที่เราไม่เคยคาดคิดกลับกลายเป็นที่ต้องการสูง สิ่งที่เราสอนนักเรียนในวันนี้อาจไม่ทันต่อความเปลี่ยนแปลงในอีก 5 ปีข้างหน้า ดังนั้น แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงแค่การให้ความรู้ เราต้องเตรียมนักเรียนให้พร้อมด้วยทักษะที่ช่วยให้พวกเขาปรับตัวและเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต นอกจากนี้ การศึกษาจะช่วยให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะและความรู้ในหลาย ๆ ด้านที่สำคัญ ซึ่งส่งผลให้มีผลต่อการกระตุ้นผลผลิตทางเศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่น การศึกษาสามารถพัฒนาทักษะต่าง ๆ ได้ดังนี้
-
พัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์และการแก้ไขปัญหา
-
เพิ่มระดับการรู้หนังสือและทักษะทางปัญญา
-
เพิ่มศักยภาพ ประสิทธิภาพ ส่วนบุคคล
-
นักเรียนที่มีความคิดสร้างสรรค์และกล้าเสี่ยงจะเติบโตเป็นผู้ประกอบการที่สร้างธุรกิจใหม่และสร้างงาน
-
สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และการคิดสร้างสรรค์
-
สร้างทักษะใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี รวมถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์หรือแนวคิดใหม่ ๆ ทางสังคม
-
เพิ่มความรู้ ทำให้เกิดการค้นพบ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ
การศึกษาที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อเงินเดือน
การศึกษาที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อเงินเดือน นอกจากนี้ยังรวมไปถึงภาษีที่ต้องจ่าย ผู้ที่มีเงินเดือนสูงขึ้นจะต้องจ่ายภาษีมากขึ้น ซึ่งทำให้เศรษฐกิจในระดับประเทศเติบโต เพื่อใช้ประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ รัฐบาลและผู้กำหนดนโยบายควรมีเป้าหมายในการแน่ใจว่าประชาชนเข้าถึงการศึกษา และควรมีการลงทุนในการฝึกงานเพื่อช่วยพัฒนาทักษะ นอกจากนี้การลงทุนในครูและวิธีการสอนก็ทำให้มั่นใจว่า ครูจะมีคุณสมบัติที่สามารถผลักดันระบบการศึกษาผ่านการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ การเรียนรู้เหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจโลกได้ 2.54 ล้านล้านปอนด์ (USD)
การสนับสนุนครูในการสอนอย่างสร้างสรรค์จะช่วยปลดล็อคทักษะใหม่ ๆ
วิธีการสอนส่งผลต่อการศึกษาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการปลดล็อคทักษะใหม่ ๆ
วิธีการสอนที่สร้างสรรค์ถือเป็นสิ่งสำคัญในการปลดล็อคทักษะใหม่ ๆ จะช่วยสร้างแรงจูงใจ การมีส่วนร่วม ความสามารถในการตัดสินใจ และทำให้มั่นใจว่าเด็ก ๆ จะมีความอยากรู้อยากเห็นความตื่นเต้นในการเรียนรู้ นอกจากนี้ยังเป็นการทำให้เด็ก ๆ สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ปรับตัวเข้ากับความต้องการของแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไปในเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้ดีขึ้น การสนับสนุนครูให้สอนอย่างสร้างสรรค์จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และสังคม วิธีการสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่
1. การพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับวิธีการสอนสมัยใหม่ สร้างเครือข่ายในการแปลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างครู รวมไปถึงพัฒนากระบวนการผลิตครูที่เน้นการสอนอย่างสร้างสรรค์
2. สนับสนุนทรัพยากรและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยจัดสรรงบประมาณสำหรับอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียนที่เอื้อต่อครู รวมถึงลดภาระงานธุรการเพื่อให้ครุได้มีเวลาพัฒนาการสอนมากขึ้น
3. ปรับปรุงหลักสูตรและวิธีการประเมินผล เช่นการพัฒนาหลักสูตรที่เน้นทักษะแห่งอนาคตและการประยุกต์ใช้ความรู้ รวมถึงเน้นการประเมินผลแค่ถูกและะผิดเป็นการประเมินความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการแก้ปัญหาแทน สร้างการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง รวมไปถึงครูจะต้องเป็นผู้ทำให้เด็กเห็นถึงการบูรณาการการเรียนรู้ข้ามสาขาวิชา
การสนับสนุนครูในการสอนอย่างสร้างสรรค์ไม่ใช่เพียงการลงทุนในระบบการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนในอนาคตของเศรษฐกิจและสังคม การพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ให้กับนักเรียนจะช่วยเตรียมพร้อมให้เยาวชนรับมือกับความท้าทายในอนาคตและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
https://www.weforum.org/stories/2022/05/future-of-education-playful-learning/
https://online.wrexham.ac.uk/what-is-the-relationship-between-education-and-the-economy/
เรียนรู้เพิ่มเติม บทความการศึกษา อจท. Active Learning อื่น ๆ ได้ที่ >>> คลิก <<<
เรียนรู้เพิ่มเติม บทความการศึกษา อื่น ๆ ได้ที่ >>> คลิก <<<
Relate article